[BD Fic-TOPGD] Destiny
posted on 04 Nov 2009 15:14 by erta-ale in TOPGDTitle: Destiny
By: pop
Paring: TOPGD
Rating: G
A/N: Happy Birthday to T.O.P. p(>____<)q
++++++
ยังไม่มา
คนที่นัดเขาไว้
เด็กหนุ่มเอนหลังให้ตัวจมลงในโซฟาหนานุ่มของล็อบบี้โรงแรมมากกว่าเดิม ขายาวในกางเกงผ้าเนื้อนุ่มสีขาวสลับขึ้นไขว่ห้าง
เลยเวลามาเกือบชั่วโมงแล้ว
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลา ปกติ "ลูกค้า" ของเขาไม่เคยช้าขนาดนี้
การรอพบคนที่ไม่รู้จัก ยิ่งต้องรอนาน ยิ่งทำให้กังวลได้อย่างประหลาด
ทั้งความรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง
ความรู้สึกเป็นห่วงคนที่จะมาพบว่าเป็นอะไรไปหรือเปล่า
ความขัดแย้ง ของการกลับไปเสีย กับการรอต่อไปจนกว่าจะได้พบ
บอสของเขาพูดเสมอว่าเขาใช้ความรู้สึกมากจนเกินไป ทั้งๆ ที่อาชีพแบบเขาไม่จำเป็นต้องเอาความรู้สึกไปผูกกับลูกค้า เพราะมันเสี่ยงเกินไป
เด็กหนุ่มนั่งกระสับกระส่ายอีกราว 10 กว่านาที หยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลาอีกครั้ง ก่อนจะถอนใจ แล้วลุกขึ้น ชายเสื้อคอจีนสีขาวตัวยาวที่สวมอยู่พลิ้วแนบไปตามโครงร่างบอบบาง เขากดโทรศัพท์โทรออก
"คุณคังหรือครับ?" เสียงเล็กพูดผ่านไปทางเครื่องมือสื่อสาร
"ฝากบอกบอสด้วย ว่าคนที่นัดผมคงไม่มาแล้วครับ อ๊ะ!"
เครื่องมือสื่อสารเครื่องบาง ถูกมือใหญ่ของใครบางคนคว้าไป เด็กหนุ่มหันไปทางเจ้าของมือ
ชายร่างสูงผิวขาว มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมมีรอยยิ้มพราวระยับอยู่ในนั้น
"คุณ...?"
พูดไม่ทันจบประโยคข้อมือบางก็โดนฉวยหมับ ร่างสูงจูงเขาออกไปจากตรงนั้น ออกไปจากโรงแรม ตรงไปยังรถสปอร์ตสีดำที่จอดรออยู่แล้ว คนคนนั้นเปิดประตู ส่งเขาเข้าไปนั่ง เดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ และออกรถไปทั้งที่เด็กหนุ่มยังไม่หายงง
.
.
.
รถคันหรูกระชากตัวพุ่งทะยานไปตามทางหลวงที่ว่างโล่งด้วยความเร็วราวกับบิน
เด็กหนุ่มเกาะประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือยันคอนโซลหน้ารถ ใบหน้าน่ารักบัดนี้ซีดขาวแทบจะเป็นเฉดเดียวกับชุดที่สวมใส่ คนตัวโตตาคมข้างๆ ยังคงเหยียบคันเร่งและหมุนพวงมาลัยโดยไม่พูดสักคำ มีเพียงรอยยิ้มที่มุมปากนั่นเท่านั้น ที่เหมือนจะกดลึกขึ้น
รถหักเลี้ยวจากทางหลวงสายหลักมุ่งเข้าสู่ทางรองที่ตรงไปชายหาด เด็กหนุ่มนั่งเงียบ ทอดสายตามองทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่วิ่งเป็นริ้วๆ ผ่านสายตาไป ในห้องโดยสารมีเพียงเสียงคำรามเบาๆ ของเครื่องยนต์ และเสียงลมหายใจแผ่วของทั้งสองเท่านั้น
ไม่นาน ชายหาดสีอ่อนก็ทอดตัวยาวอยู่ด้านข้าง ทะเลยามดึกสะท้อนแสงไฟถนนเป็นประกาย รถคันงามชะลอแล้วเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดสำหรับจุดชมวิวริมหาดร้างผู้คน หนุ่มแปลกหน้าดับเครื่อง แล้วก้าวลงจากรถ เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนตัวเล็กกว่าตามลงมา
เด็กหนุ่มเดินตามคนขายาวข้างหน้าลงไปที่ริมหาด ไฟถนนจากลานจอดรถส่องลงถึงชายหาดแคบๆ เพียงสลัวราง
ชายหนุ่มตัวสูงหยุดเดิน ทำให้เขาต้องหยุดตาม ร่างสูงยังไม่หันมา เพียงแต่จ้องมองไปยังทะเลมืดๆ ด้านหน้า ร่างบางก้าวมาหยุดข้างๆ คนหน้าเข้ม ดวงตาเรียวเงยขึ้นจับจ้อง ใบหน้าของชายหนุ่มหมดจดคมคายจนเรียกได้ว่างดงาม แต่กลับเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใด
เมื่อคนที่ถูกมองยังคงนิ่งเงียบ เด็กหนุ่มจึงหันมองหาที่นั่ง เขาเลือกทิ้งตัวลงบนแผ่นคอนกรีตแถวนั้น มันเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ทำเขื่อนกั้นคลื่น คงจะมีเหลือ ก็เลยเอามาวางซ้อนไว้เป็นจุดๆ บนหาดให้ใช้ต่างม้านั่ง
ลมยามดึกพัดโชยมา หอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลมาด้วย เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก เสื้อของเขาค่อนข้างบาง เมื่อเจอทั้งลมทั้งไอคลื่นก็ทำให้หนาวได้เหมือนกัน คนตัวสูงตรงหน้าหันมามอง เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นก็ถอดเสื้อนอกออก แล้วส่งให้โดยยังคงไม่พูดอะไร ตอนแรก เด็กหนุ่มไม่กล้ารับ ไม่ใช่ว่ารังเกียจ เกรงใจ หรืออะไร เพียงแต่ ‘ไม่กล้า' เฉยๆ เท่านั้น แต่เมื่อคนตัวสูงยังยื่นเสื้อนอกให้นิ่งอยู่ เขาก็เอื้อมไปรับมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เสื้อนอกตัดเย็บประณีตหอมกลิ่นโคโลญจ์อ่อนๆ เป็นกลิ่นสะอาดและอบอุ่น เหมือนไม้สนไหม้ไฟ เหมือนเครื่องเทศชั้นดีและไวน์แดง ทั้งยังหลงเหลือไออุ่นจากเจ้าของเดิม แค่เขากระชับมันรอบไหล่ ก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวสูงตรงหน้าเสียแล้ว
เด็กหนุ่มหน้าแดง แก้มร้อนซู่ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาก้มหน้างุด หวังว่ารอบตัวคงจะมืดพอ และคนแปลกหน้าที่พาเขาขึ้นรถมาด้วยจะมองไม่เห็น
แต่เขาอาจจะหวังมากเกินไปสักนิด เพราะสิ่งต่อมาที่เขารู้ก็คือ เขาตกอยู่ในอ้อมกอดของคนคนนั้น อ้อมกอดจริงๆ ของคนคนนั้น ถึงแม้มันจะเป็นเพียงการมานั่งข้างๆ และโอบเขาให้เอนพิงไหล่ แต่มันก็ถือเป็นอ้อมกอดอยู่ดี
แก้มที่ร้อนอยู่แล้วตอนนี้รู้สึกเหมือนลุกเป็นไฟ
ทำไมกันนะ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้ ใช่ว่าจะไม่เคยถูกกอด ถูกโอบ บางทีถูกหอมแก้มเสียด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้ ตั้งแต่แรกสบตา มันเหมือนกับมีประจุไฟฟ้าเล็กๆ เป็นประกายยิบๆ วิ่งผ่านระหว่างเขากับคนคนนี้ นี่เขาควรจะถอยห่างออกมา หรือปล่อยให้มันเป็นไปดีนะ
"บอกผมได้หรือยังครับ ว่าพามาที่นี่ทำไม"
เขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่โอบอยู่ แต่คนคนนั้นก็ยังเอาแต่ยิ้ม ตาวาวๆ อยู่ในแสงสลัว เด็กหนุ่มอมลมแก้มป่อง แสร้งถอนใจแล้วผินหน้ากลับไปมองทะเล
มือใหญ่และอุ่นข้างหนึ่งเลื่อนมากุมมือเขา เด็กหนุ่มสะดุ้ง แต่ก็ไม่ได้ดึงมือออก คนตัวสูงยิ้มกว้างกว่าเดิม ดึงมือเล็กมาวางบนตักตัวเอง นิ้วเรียวกดเบาๆ บนฝ่ามือนุ่มนิ่มนั้นเหมือนกดเล่น คนโดนกดได้แต่นั่งงง อะไรของเขากันนะ เอามือคนอื่นไปเล่นเสียอย่างนั้น เขาไม่เข้าใจ คนคนนี้ต้องการอะไรจากเขาถึงได้พาตัวมาถึงที่นี่ เขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่โอบอยู่อีกครั้ง จังหวะเดียวกับที่คนตัวสูงก้มลงมาพอดี ดวงตาสองคู่ประสานกัน คู่หนึ่งเต็มไปด้วยคำถาม อีกคู่หนึ่งมีเพียงรอยยิ้ม
.
.
.
เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เด็กหนุ่มรู้สึกเพียงความอุ่นสบาย ร่างกายของใครอีกคนที่เขาอิงแอบอยู่ให้ความรู้สึกสบายอย่างที่เขาไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว เขาแทบจะลืมไปแล้ว ว่าไออุ่นจากร่างกายมนุษย์นั้นให้ความรู้สึกดีขนาดไหน
แบบนี้หรือเปล่านะ พวกแมวถึงได้ชอบนอนรวมกันเป็นกอง...
เวลาดึกเปลี่ยนเป็นดึกสงัด เด็กหนุ่มยันตัวออกอย่างเสียดาย น่าแปลก ที่คนตัวสูงที่กอดเขาอยู่ยอมปล่อยเขาโดยง่าย
"คุณครับ ดึกมากแล้ว... ผมว่าเราควรกลับกันได้แล้ว"
"หืมม..." ตอบแค่นี้อีกแล้ว นี่ถ้าคนคนนี้ตอบว่า หืม อีกรอบล่ะก็ เขาจะคิดว่าคนตรงหน้าเป็นใบ้ละ
"คุณครับ...." แต่เด็กหนุ่มยังพูดไม่จบประโยค เสียงทุ้มลึกก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน
"ไม่อยู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนหรือ?"
.
.
.
แสงทองสายแรกฉายจากขอบฟ้า ย้อมเมฆก้อนเล็กๆ แถวนั้นจนสุกอร่ามเป็นสีทอง ขอบฟ้าสีกุหลาบตูมค่อยๆ แย้มบานเป็นสีส้ม เหลือง และสว่างขึ้นตามลำดับ ดวงอาทิตย์กลมๆ โผล่หน้ามาทักทายจากท้องทะเลทั้งๆ ที่ดูเหมือนยังง่วงนอน ดาวประกายพรึกที่ส่องแสงวิบๆ อยู่ก่อนหน้านี้ค่อยๆ ซีดจางเลือนหายไป
ร่างเล็กยังคงอิงแอบแนบร่างใหญ่ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า คนตัวสูงกอดเขาไว้เสียมากกว่า
ดวงตาเรียวฉ่ำหวานปรือปรอย เขาเผลอหลับไปตอนใกล้รุ่ง คนตัวใหญ่เลยลากมากกกอดไว้ เหมือนเขาเป็นตุ๊กตา พอพระอาทิตย์ขึ้น ก็กระซิบปลุกเบาๆ ให้ตื่นมาดูธรรมชาติแสดงแสงสีด้วยกัน
นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เขาไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น...
นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เขาไม่ได้หลับในอ้อมกอดของใครซักคนแบบนี้...
คนตัวเล็กถอนใจยาวพลางแย้มยิ้ม ท้องฟ้าและทะเลยามรุ่งสางสวยยิ่งกว่าอะไร โดยเฉพาะเมื่อมีคนอยู่เคียงข้าง...
.
.
.
ฟ้าสางได้สักพักแล้ว แต่ร่างสองร่างยังคงนั่งพิงกันอยู่บนท่อนคอนกรีตกันคลื่นริมทะเล
ท้องฟ้าวันนี้เป็นสีฟ้าอ่อนใส เสียงคลื่นซัดชายหาดแคบๆ สีน้ำตาลอ่อนดัง ซ่า ซ่า เป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับจะขับกล่อมให้ทั้งสองหลับไปอีกครั้ง
ในความเงียบสงบของยามเช้า ในแสงแดดอ่อนและสายลมเจือกลิ่นเค็มๆ แทรกด้วยเสียงคลื่นและเสียงนกทะเลครวญเพลงแผ่วเบา
ใจสองดวงกระซิบกระซาบหากัน
.
.
.
ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ยันตัวขึ้น มองดูคนข้างตัวที่ยังนิ่งเงียบ เขายิ้มหน่อยหนึ่ง แล้วตัดสินใจถาม
"คุณบอกผมได้หรือยังครับ ว่าพาผมมาที่นี่ทำไม"
คนตาคมหันมามองเขา ยิ้มน้อยๆ ดวงตาที่ลึกเหมือนบ่อน้ำประสานกับตาเขา มันไหวระริก ราวกับรื่นรมย์เสียเหลือเกิน
"พามาดูพระอาทิตย์ขึ้น"
เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนแปลกๆ คนนี้ดี เขาเลยได้แต่หัวเราะเก้อเขิน
"ก็ พระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว เราแนะนำตัวกันสักทีดีไหมครับ"
เขายื่นมืออกไป "สวัสดีครับ ผม ควอนจียง ยินดีที่ได้รู้จัก"
มือเรียวสวยยื่นมากระชับมือของเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ราวจะจุดใบหน้าหล่อเหลานั้นให้สว่างไสว
เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงอีกครั้ง
มืออุ่นนั้นไม่ยอมปล่อย อีกทั้งไม่มีคำพูดใดๆ ตอบกลับจากคนตรงหน้า มีเพียงดวงตาที่ยังจับจ้องและมือที่ยังจับจูง
"คุณครับ.... ปล่อยมือเถอะ" เด็กหนุ่มก้มหน้าอย่างเขินๆ คนตรงหน้าอิดออด แต่ก็ยอมปล่อยในที่สุด
"คุณจะไม่บอกผมจริงๆ หรือครับ ว่าคุณเป็นใคร" เขาพยายามอีกครั้ง
"ผมเหรอ ... ผมคือโชคชะตาของคุณไง" ดวงตาคมหรุบหรี่ล้อเล่นกับเด็กหนุ่มที่หน้าแดงหนักขึ้นอีก
"อ่ะ... อะไรกันครับ" จียงลุกขึ้นยืน โอย เขิน เขินจนทำตัวไม่ถูกแล้ว
เขาเดินผละมาจากคนคนนั้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
"ควอนจียง..." เสียงทุ้มที่เรียกไล่หลังทำให้เขาหยุด และหันไป
"ผมมีหลักฐานนะ ผมเป็นโชคชะตาของคุณจริงๆ" จียงมองสิ่งที่อยู่ในมือของคนตัวสูงแล้วทำตาโต
ลายแบบนั้นมัน...ไพ่ของเขา?
จียงตบกระเป๋ากางเกง แล้วรีบหยิบกล่องไปทาโรของตัวเองออกมา มันยังปิดเรียบร้อยดีอยู่ เขาเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างงุนงง คนตัวสูงยังยิ้มอยู่ ยืนขึ้นและเดินมาหยุดตรงหน้า ส่งไพ่ใบนั้นให้จียง
ลวดลายกงล้อแห่งโชคชะตาที่วาดอย่างงดงามด้วยสีทองบนพื้นสีดำสนิท เหมือนไพ่สำรับของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณ ได้ไพ่นี่มาได้ยังไงครับ" จียงถามคนตรงหน้า ไพ่แบบนี้ เท่าที่เขารู้มีเพียงสำรับของเขา และอีกสำรับของอาจารย์เท่านั้น เพราะอาจารย์เป็นคนออกแบบลวดลายบนไพ่เหล่านี้เอง เขาไม่คิดว่าอาจารย์จะให้ใครอีก
"มีคนให้น่ะ บอกว่ามันจะกำหนดชะตาชีวิตของผม" ชายหนุ่มหยิบไพ่ออกมาอีกใบหนึ่ง
"ผมไม่ใช่หมอดูหรอกนะ ถ้าคุณสงสัย" จียงไม่อยากเชื่อเลยว่าตาคมๆ ดุๆ แบบนั้นจะอ่อนเชื่อมได้ขนาดนี้ เขารู้สึกเหมือนจะละลาย เหมือนจะระเหยเป็นไอไปเสียให้ได้
"แค่มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปที่ร้านกาแฟร้านหนึ่ง อยู่ๆ เจ้าของร้านก็เอาไพ่สำรับนี้มาให้ผม แล้วบอกว่า วันหนึ่งผมจะได้พบกับคนที่เป็นโชคชะตาของผม คนที่มีไพ่เหมือนกันกับสำรับนี้..."
ชายหนุ่มร่างสูงยิ้มอีกครั้ง จียงเปิดกล่องไพ่ของเขาออก ด้านใน มีไพ่พื้นสีดำและลวดลายสีทองเหมือนกับใบที่อยู่ในมือของชายหนุ่มไม่ผิดเพี้ยน
"เมื่อคืนนี้...ที่โรงแรม..." เสียงทุ้มเล่าต่อ "ผมเห็นคุณ กับไพ่สำรับนี้ ดูเหมือนคุณรอใครบางคนอยู่"
"ผมรอพบลูกค้า แต่เธอไม่มาตามนัด" จียงตอบเบาๆ
"ผมก็คิดว่าอย่างนั้น..."
"ผมลองตั้งใจถาม แล้วหยิบไพ่ออกมาสามใบ" คนตัวสูงหยิบไพ่ออกมาอีกสองใบ รวมกับใบในมือ เขาค่อยๆ เปิดมันให้จียงดู
ไพ่คู่รัก ไพ่ดวงอาทิตย์ และ...ไพ่กงล้อแห่งโชคชะตา... จียงจ้องไพ่ทั้งสามอย่างไม่อยากเชื่อ
"ผมถามไพ่ว่า... คุณจะเป็นคนแห่งโชคชะตาสำหรับผมหรือเปล่า ... และนี่คือคำตอบ"
เด็กหนุ่มมองคนตัวสูงตรงหน้า ดวงตาคมนั้นยังยิ้มให้เขา จียงค่อยๆ สับไพ่สำรับของตนเอง และหยิบไพ่ออกมาใบหนึ่ง
ไพ่โลก... เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับคนตรงหน้า รอยยิ้มกระจายจากดวงตาไปทั่วใบหน้าหล่อเหลา
"ผมชเวซึงฮยอน ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณควอนจียง คนแห่งโชคชะตาของผม..."
.
.
.
โทรศัพท์กรีดเสียงร้องในโฮมออฟฟิศแห่งหนึ่ง คังแดซองเดินฉับๆ มารับทั้งๆ ที่ขนมปังยังเต็มปาก ใครกันนะ โทรมาเช้าขนาดนี้
"สวัสดีครับ สำนักงานเทพธิดาพยากรณ์อีเฮียวริ มีอะไรให้รับใช้ครับ?" เขากรอกเสียงไปตามสาย
"คุณคังหรือครับ?" เสียงเล็กดังลอดมาตามเครื่องมือสื่อสาร
"อ่ะ อ่าว จียง? มีอะไรโทรมาแต่เช้าเนี่ย" คังแดซองกลืนขนมปังลงคอพร้อมกับยิ้ม จียงเป็นหนึ่งในทีมนักพยากรณ์ของบริษัทเทพธิดาพยากรณ์ มือดีเสียด้วย ลูกค้าติดกันหนุบหนับ
"ฝากบอกบอสด้วยว่า วันนี้ผมไม่เข้าบริษัทนะครับ ช่วยยกเลิกนัดให้ผมด้วย นะ นะครับ" เสียงจียงอ้อนมาตามสาย
"อ่าว เบี้ยวงานเหรอเรา" แดซองยังคงยิ้ม
"ได้ๆ เดี๋ยวชั้นส่งเจ้าซึงริไปแทนนาย อือ... อือฮึ ไม่ต้องห่วงน่า เดี๋ยวบอกบอสให้ สบายอยู่แล้ว" แดซองเหลือบมองไปที่โต๊ะกลมเล็กข้างๆ เคาน์เตอร์
"โอเคๆ เที่ยวให้สนุกนะจียง" เขาวางสาย แล้วเดินไปที่โต๊ะตัวนั้น เปิดไพ่ทาโรที่เรียงคว่ำหน้าอยู่อย่างเป็นระเบียบขึ้นมาใบหนึ่ง
"อา.... ดวงดาว... ดาวของจียงฉายแสงแล้วสินะ..." คังแดซองพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับยิ้ม
เขาเดินกลับเข้าไปในส่วนที่เป็นห้องครัวของโฮมออฟฟิศพร้อมกับตะโกน
"นูน่าคร้าบบบบ วันนี้จียงขอหยุดนะคร้าบบบ.... ไปเที่ยวกับแฟน ฮ่าๆๆๆๆ"
++++++

ชอบตอนสุดท้ายอ่า
><"?
#1 By Largebang[จีจี้] on 2009-11-04 18:15