[oneshot-BangZel] Can you kiss me?

posted on 17 Feb 2017 09:01 by erta-ale in BangZel

Title: Can you kiss me?

Pairing: BangZel/LoBang

By: Erta Ale

 

 

 

a/n เซอร์ไพส์ค่ะ XD

 



+++++







บังยงกุกกำลังหงุดหงิด...

...มากๆด้วย...



ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงหยุดพัก
ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรกับบีเอพี
แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักวงหรอกนะ

ถึงจะไม่ได้ทำงานด้วยกัน เพื่อนกับน้องร่วมวงก็ยังแวะเวียนมาหา
มากินข้าวกินขนม มาเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง
คอยอัพเดทเรื่องงาน เรื่องแฟนคลับ
เพราะยงกุกถูกพี่สาวและพี่ชายฝาแฝดห้ามไม่ให้ติดตามโซเชียล
เลยต้องรอให้คนอื่นๆมาอัพเดท


แล้วถ้าช่วงไหนไม่ว่างมาหาก็ยังคุยกัน
ส่งข้อความมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบสม่ำเสมอ ไม่เคยขาด


จะเริ่มมีอะไรผิดปกติก็ช่วงนี้

เมื่อใครบางคนหายไป…




ยงกุกคว้ามือถือมากดดูแล้ววางหลายรอบ
หน้าตาท่าทางหงุดหงิดจนพี่ชายฝาแฝดสังเกตได้

“เป็นไร”

“เปล่…”

“ไม่ต้องปฏิเสธ”
นิ้วเรียวยาวไม่ต่างจากน้องชายยกขึ้นชี้หน้า
มันจะไปหลอกใครที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่เขา

“เออๆ หงุดหงิดคน”

“ใคร”

“...”

“ยงกุก...ใคร?”
เสียงเข้มขึ้นอีกสเตป
จากที่คิดว่าจะดื้อเลยต้องยอมแพ้

“ไอ้จุนฮง”
นั่นแหละ มักเน่ของบีเอพี
กระต่ายขาวของแฟนๆ
ไอ้เด็กยักษ์ที่ตอนนี้ตัวโตเลยยงกุกไปมาก

“อ๋อ…”

จบ.



แล้วไงวะพี่ชาย
อ๋อ อ๋ออะไร อ๋อทำไม
แค่บอกว่าหงุดหงิดจุนฮงก็เข้าใจแล้ว?

คราวนี้เริ่มจะหงุดหงิดคนแถวนี้เพิ่มขึ้นมาละ

“หน้าบูดเชียวนะ”
จับหัวน้องชายโยกไปมาด้วยความเอ็นดู
เกิดห่างกันแค่ไม่กี่นาที แต่ยงนัมรู้สึกว่าน้องเหมือนน้องน้อยที่ต้องคอยดูแล
ก็น่ารัก น่าเอ็นดูขนาดนี้
ไม่แปลกใจเลย ที่เด็กจุนฮงนั่นจะ...

“ไม่ต้องมาจับ”
ปัดมือพี่ชายออก เดินหนีด้วย
เบื่อไปหมด ทั้งคนแถวนี้ ทั้งไอ้เด็กที่ตอนนี้ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน

บังยงกุกเดินหนีไปนั่งไถมือถืออยู่มุมนึงของห้อง
ไม่สนใจพี่ชายอีก

โว๊ะ โทรศัพท์นี่ก็เงียบเชียว
ไม่มีข้อความอะไรเลย

อะไรนะ เขาเพิ่งหยิบมาดูเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว?
แล้วไงอะ ก็ปกติมันมีบางคนส่งข้อความมาตลอดเวลานี่หว่า

อรุณสวัสดิ์ตอนเช้า
กินข้าวกับอะไรที่ส่งมาสามเวลา
เตือนให้กินอาหารให้ครบห้าหมู่
บอกว่าอย่าดื่มให้มากนัก
ลดๆบุหรี่ลงบ้าง
อย่านอนดึก
ฝันดี

...คิดถึง…



หมายถึงข้อความที่ได้นะ ไม่ใช่ความรู้สึกเขาตอนนี้!


.
.
.



หายไปนานแล้วนะ
ไม่มาให้เห็นหน้า
ไม่โทรศัพท์มาคุยกันเหมือนเคย
ข้อความก็ไม่ส่งมาหาหลายวันแล้ว

หายไปไหนกันนะ...จุนฮง…


...ยอมรับก็ได้ว่าคิดถึง…


เพราะงั้นรีบๆโผล่หัวออกมาได้แล้ว



.
.
.



เฮ้อ...ทำไมตุ๊ดงี้วะ
โดนกอดไปแค่ไม่กี่สิบที
สถานะก็ยังเป็นแค่พี่กับน้องร่วมวง
หายไปจากชีวิตแค่ไม่กี่วัน ยงกุกก็รู้สึกแย่แล้ว



“อ้าว ยงกุกเป็นไร”
พี่สาวคนโตของบ้านเดินเข้ามาเห็นน้องเล็กนั่งหลบมุมก็ถามด้วยความแปลกใจ

“มันบ้าน่ะพี่”
เป็นพี่ชายฝาแฝดที่ตอบพร้อมหัวเราะน้อยๆ
คนถูกหาว่าบ้าหันมามองตาขวาง

“อ๋อ”
เดี๋ยวๆ แล้วพี่นาตาชาทำไมยอมรับง่ายๆแบบน้านนนน

“เย็นนี้กินข้าวนอกบ้านนะ”

“อ้าว ไหนว่าวันนี้จะกินที่บ้าน”

“ผมไม่ไปนะ”
เป็นน้องเล็กคนเดิมที่ยังไม่หายงี่เง่า
ไม่มีอารมณ์อยากไปไหนอะ

“ก็ไม่ได้ชวน ยงกุกเฝ้าบ้าน ยงนัมไปกับพี่ ป่ะ จะออกไปเลย”
พี่นาตาชาคนสวยคนดี พูดยาวรวดเดียว
ไม่ได้ถามความเห็น แค่บอกให้รู้

ปล่อยให้น้องเล็กแอบปาดน้ำตา กระซิกๆ
ถึงจะเป็นคนบอกเองว่าไม่อยากไป แต่ก็อยากให้ง้ออะ
ทำไมยอมกันง่ายๆแบบนี้อะะะะ

แน่นอนว่าผู้มีอำนาจสูงสุดของบ้านบังเอ่ยปากแล้ว
ไม่ว่าใครก็ต่อต้านไม่ได้ทั้งนั้น

“ไปล่ะ เฝ้าบ้านดีๆนะยงกุก”
ใจร้ายใจดำที่สุด
ทิ้งน้องเล็กไว้บ้านคนเดียวได้ไง
ยงกุกอยากจะต่อว่าออกไปแรงๆ
ทั้งพี่สาวทั้งพี่ชาย ว่าทำไมโหดร้ายกับเขาขนาดนี้
แต่ก็ทำได้แค่…

“ครับ”

เฮ้อ...เอาเถอะ จริงๆเขาก็ไม่ได้อยากออกไปไหน
เบื่อตัวเองที่เป็นแบบนี้
จิตใจอ่อนแอเหลือเกิน
แค่ไม่ได้เจอ…
ไม่ได้คุย…

ก็แค่อีกคนหายไป…

ยกเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอดไว้
ซบหน้าลงอย่างหมดแรง


“จุนฮง…หายไปไหน...”






.
.
.







“ครับ”

ห๊ะ! เสียงใคร
ยงนัมลืมของ?

“เป็นอะไรไปครับ คนดีของผม”
ความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบกายนั้นคุ้นเคย
เสียงใสที่ติดอ้อนนิดๆแบบที่มีให้ยงกุกเพียงคนเดียว

ไม่มีทางลืม ไม่เคยลืม
แม้ไม่เห็นหน้า แต่เขารู้ดีว่าคนที่กอดเขาไว้คือใคร

“จุนฮง!”

“ครับ ผมเอง”
ดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดอุ่นๆนั่น
หันไปมองเพื่อจะเห็นหน้ามักเน่ของวงที่ยิ้มเผล่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เหมือนเดิมทุกอย่าง แววตาสดใสเป็นประกาย
รอยยิ้มร่าเริงเหมือนเด็กน้อยที่ไม่เคยแปดเปื้อน


ใช่สิ คนแปดเปื้อนมันยงกุกคนนี้นี่!



“มาทำไม”
เสียงขุ่น ตาขวาง

“โหย...ผมคิดถึงพี่จะตาย ไม่เจอกันมาเดือนกว่าแล้วนะครับ”
คราวนี้เด็กตัวโต (จุนฮงมันโตขึ้นกว่าทีเจอครั้งที่แล้วป่ะวะ) พยายามทำตัวเล็ก
มุดเข้าไปในแผ่นอกของพี่ชายร่วมวง
เอาหัวไถไปมาอย่างออดอ้อน

“แล้วไง”
เสียงแข็ง ใจแข็งกว่า

“ใครนะที่แอบเรียกเราเพราะคิดถึง”
บ่นงึมงำกับตัวเอง แต่แน่นอนว่าอีกคนได้ยิน

“ก็หมาตัวไหนมันหายหัวไปเล่า”

“ครับๆ ผมผิดเองที่ทำให้พี่คิดถึง”

“ไม่โว้ยยยย”

“งอนเหรอครับ”

“จะบ้าเร๊อะ”

“โอ๋ๆ ง้อน้าาาาา”
ไม่พูดเปล่า แต่ชูนิ้วก้อยไปตรงหน้าคนแก่กว่า
กระดิกนิ้วไปมา
คนเป็นพี่มองตาขุ่น

มักเน่ย่อตัวให้เล็ก ช้อนตามองอ้อนๆ
กะพริบตาปริบๆ หัวก็ไถกับอกพี่ไปมา
รู้ดีว่าทำแบบนี้พี่จะต้องใจอ่อน


และก็จริง ยงกุกไม่เคยใจแข็งกับจุนฮงได้เลยสักครั้ง

นิ้วเรียวสวยถูกยกขึ้นเกี่ยวนิ้วที่รออยู่
เรียกรอยยิ้มกว้างจากคนอายุน้อยกว่า

เด็กตัวโตพุ่งตัวเข้ากอด ก่อนจะกดจมูกลงกับแก้มพี่แรงๆด้วยความคิดถึง
อีกคนก็เหนื่อยใจจะต่อต้าน เลยปล่อยให้น้องทำตามใจ


“แล้วนี่หายไปไหนมา”
หลังถูกน้องฟัดจนพอใจ
ก็พากันมานั่งคุยที่โซฟากลางห้อง

“ไม่ได้ไปไหนหรอกฮะ ก็อยู่หอแหละ”

“แล้วทำไมไม่ส่งข้อความ ไม่โทรมา”

“ง่า...ก็กลัวจะทนไม่ไหว”

“ทนอะไร?”

“...”

“จุนฮง…”

“พี่บอกก่อนว่าจะไม่โกรธ”

“จะกลัวอะไรวะ ตอนนี้ก็โกรธอยู่เนี่ย!”

“งื้อออออ”
ตาละห้อย แบบที่ยงกุกแพ้ทาง
จุนฮงแม่งขี้โกง เอาความใสซื่อ(ที่ไม่มี)มาหลอกล่อ
แล้วเขาก็แพ้มันทุกที ฮืออออออ

“เออๆ”

“จะจูบด้วย”

“มากไปละ”

“จูบ…”

“เออออออ บอกได้แล้วว่ามีอะไร”
จุนฮงยิ้มกว้าง ถอยตัวออกห่าง
ถอดเสื้อคลุมออกโยนลงพื้น
จับชายเสื้อยืด ดึงออกทางหัว
ถอดเข็มขัด ปลดกระดุมกางเกง รูดซิ…..


“เดี๋ยวๆๆๆ จะทำอะไร”
จากที่นั่งชิดกัน ยงกุกถอยตัวเองห่างทันที
ถึงจะถูกกอดมาหลายสิบครั้งแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชินนะ
จุนฮงหัวเราะร่วน

“ไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้นเลยครับ ผมแค่จะให้พี่ดูนี่”

‘นี่’ ที่คนอายุน้อยกว่าพูดถึงคือลายเส้นสีดำตรงท้องน้อย
รูปใบหน้าคนสองคนที่ผมเกี่ยวพันกันไว้

“รอยสัก?”

“พี่ชอบมั้ย”
ถามอย่างหวาดๆ เขาตัดสินใจสักโดยไม่ได้ถามความเห็นใครทั้งนั้น
พี่นาตาชาเป็นคนเลือกลายให้
แม้พี่เขาจะไม่ได้เป็นคนสักเพราะจุนฮงกลัวพี่ยงกุกจะรู้แล้วห้าม
แต่ก็แนะนำช่างสักฝีมือดีให้
จุนฮงชอบรอยสักนี้ พี่นาตาชากับพี่ยงนัมเองก็ว่าสวย
พี่ๆ คนอื่นในวงก็บ่นบ้าง ชมบ้าง
แต่คนที่จุนฮงแคร์มากที่สุดคือคนนี้

คนที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้

นิ้วเรียวไล้ไปตามลายสักอย่างแผ่วเบา
ตาจ้องมองไม่กะพริบ
เล่นเอาคนถูกลูบเกร็งหน้าท้อง

ไม่เจ็บหรอก เพราะแผลหายแล้ว
แต่ให้ตายเถอะ…

พี่ยงกุกไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าทำแบบนี้มันกระตุ้นอารมณ์เขาขนาดไหน

“สวยดีนะ…”
คนอายุมากกว่าพูดเสียงลอยๆ
ตายังไม่ละออกจากรอยสัก มือก็แตะไว้แบบนั้น

“ถ้าสวย...พี่จูบมันได้มั้ย”
สาบานได้ว่าจุนฮงลองขอไปแบบนั้น เผื่อฟลุค
ไม่คิดเลยว่าทันทีที่พูดจบ ยงกุกจะโน้มตัวลงไปแตะริมฝีปากตรงรอยสัก
แตะซ้ำๆ เป็นรอยจูบที่แผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความรัก

“อา…”
น้องเล็กครางเสียงแผ่ว คิดถูกจริงๆที่อดทน
รอให้แผลหายก่อนแล้วถึงมาหา

ดึงตัวพี่ขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกัน
กดริมฝีปากเข้ากับของอีกคน
มือก็ล้วงเข้าไปในเสื้อ ลูบไล้แผ่นหลังอย่างโหยหา
ไม่เคยต้องห่างกันเป็นเดือนแบบนี้เลย

“เดี๋ยว จุนฮ...อื้อออออ”

“ไม่ไหวแล้ว...นะครับ เราห่างกันไปตั้งเดือนกว่านะ”
ดูเหมือนที่ถูก ‘จูบ’ เมื่อกี๊จะไปเปิดสวิตซ์ของเด็กตัวโตเข้า
ตาหวานเยิ้ม แถม ‘ตรงนั้น’ ที่เบียดต้นขายงกุกอยู่เนี่ย…

“ก็ใครล่ะวะที่หายหัวไป”
ไม่โวยวายก็ไม่ใช่บังยงกุกแล้ว
ใครมันจะไปยอมง่ายๆ

“ก็แผลมันยังไม่หายนี่ครับ”
เสียงอ่อย แต่มือไม่ยอมปล่อยแผ่นหลัง…
อา...โทษที ตอนนี้ย้ายมาหน้าอกแล้ว

คนฟังหน้าแดง รู้ทันทีว่าทำไมแผลยังไม่หายอีกคนถึงไม่อยากมาเจอ

ก็เจอกันทีไรมันก็…

โอย...ภาพในหัวมาเป็นฉาก

หน้าร้อนไปหมด

...เขิน…

ตอนนี้หน้าต้องแย่มากแน่ๆ
ยกมือสองข้างขึ้นมาปิดหน้า
ไม่อยากให้น้องเห็น กลัวมันล้อ

ไม่รู้เลยว่าอีกคนคิดไปอีกแบบ

จุนฮงจับมือทั้งสองข้างของคนเป็นพี่ออกจากหน้า
พยายามสบตายงกุกที่เอาแต่หลบตาไม่กล้ามอง
แก้มสองข้างก็แดงจัด
ฟันบนขบลงกับริมฝีปากล่างพยายามกลั้นเขิน

เขายิ้ม...ทำไมพี่ยงกุกถึงน่ารักขนาดนี้...


ดีจริงๆที่รอ ถ้าได้คุยหรือมาเจอทั้งที่แผลยังไม่หายเขาจะทนได้ยังไงกัน

แต่ห่างกันไปเป็นเดือนแบบนี้ พี่ยงกุกจะทนรับความคิดถึงของเขาไหวรึเปล่านะ

“พี่ยงกุกครับ”

“หะ...ห๊ะ?”
ตกใจ เพราะน้องมันยื่นหน้ามากระซิบชื่อข้างๆหู
ลมหายใจอ่อนๆคลอเคลียอยู่ที่แก้ม

“จูบผมหน่อย”

“เมื่อกี๊ก็จูบไปแล้วไง!!”
ก็รอยสักมันสวยเลยลืมตัว
แถมจูบไปแล้วเหมือนจุดไฟในตัวไอ้เด็กยักษ์นี่

ให้ตายเถอะ ไม่น่าเผลอตัวเลย

“ไม่ใช่ตรงนั้น…”

“...”

“ตรงนี้ต่างหากล่ะครับ”
จุนฮงกดริมฝีปากลง ‘ตรงนี้’
ลิ้นตวัดเข้าไปในโพรงปากของยงกุก
หยอกล้อกับลิ้นของอีกคน

ดวงตาที่ออดอ้อนนั้นไม่เคยเปลี่ยน
แถมยังมองลึกเข้าไปในดวงตาของพี่ที่หลับตาไม่ทัน

“อืม…”
ยงกุกเกลียดตัวเองชะมัดที่ไม่เคยใจแข็งกับเด็กคนนี้ได้เลย
สองแขนยกขึ้นกอดร่างสูงใหญ่ของอีกคนไว้
เอนตัวลงกับโซฟาให้อีกคนขยับร่างขึ้นมาทาบ

จะอีกกี่สิบครั้งก็ช่างมันเถอะ
ถ้าเป็นจุนฮงล่ะก็…










ที่ยอมก็เพราะว่าจูบเก่งหรอกนะ!!!











Fin.